หากไม่ต่อภาษีรถจะส่งผลต่อการขอสินเชื่อรถจักรยานยนต์อย่างไรบ้าง

หากไม่ต่อภาษีรถจะส่งผลต่อการขอสินเชื่อรถจักรยานยนต์อย่างไรบ้าง

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่ารถทุกชนิดที่ขับบนท้องถนน จะต้องดำเนินการเสียภาษีอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รวมไปถึงรถเพื่อการเกษตรก็จะต้องเสียภาษีเช่นกัน ซึ่งรถแต่ละประเภทนั้นจะมีอัตราภาษี และวิธีคำนวณที่แตกต่างกันไป โทษปรับของการขาดต่อภาษีก็แตกต่างเช่นเดียวกัน หากไม่ต่อภาษีรถจักรยานยนต์จะมีโทษอย่างไร ภาษีขาดสามารถขอสินเชื่อรถจักรยานยนต์ได้หรือไม่ วันนี้ สบาย ลีสซิ่ง มีคำตอบ

อัตราค่าปรับโทษของการขาดต่อภาษีรถจักรยานยนต์

อัตราค่าปรับโทษของการขาดต่อภาษีรถจักรยานยนต์จะถูกคิดค่าปรับในอัตรา 1% ของภาษีต่อปีที่รถคันนั้นต้องเสีย คูณตามจำนวนเดือนที่ขาดต่อภาษี

ตัวอย่างเช่น
ปัจจุบันวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 และภาษีขาดตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2565 ในอัตราภาษีปีละ 100 บาท กรณีนี้จะถูกคิดค่าปรับทั้งหมด ((100*1%)*24 เดือน) = 24 บาท
ฟังแล้วจะดูเป็นจำนวนเงินที่น้อยมากเพียงแค่หลักสิบ แต่กรณีใช้งานรถที่ขาดต่อภาษีรถจักรยานยนต์บนท้องถนนแล้วถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจ จะมีโทษปรับถึง 10,000 บาท ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงมาก และถ้าหากขาดต่อภาษีรถจักรยานยนต์ครบ 3 ปี กรมขนส่งทางบกจะออกจดหมายแจ้งจอด และทำให้เล่มทะเบียนรถนั้นถูกยกเลิก เมื่อได้รับจดหมายแล้วทางเจ้าของรถจะต้องนำป้ายทะเบียนรถและสมุดคู่มือไปให้กรมขนส่งทางบกในเขตพื้นที่ที่จดทะเบียนรถ ทำการบันทึกการระงับทะเบียนภายใน 30 วัน และต้องทำการจดทะเบียนใหม่ที่กรมขนส่งทางบกทันที โดยกรมขนส่งจะออกเป็นเลขทะเบียนรถเลขใหม่ และเล่มคู่มือจดทะเบียนใหม่เมื่อดำเนินการเสร็จ

ขั้นตอนการขอทะเบียนใหม่

1. นำป้ายทะเบียนเดิมไปส่งคืนที่กรมขนส่งทางบก และแจ้งจดทะเบียนใหม่
2. นำรถจักรยานยนต์ไปตรวจสภาพรถ
3. ชำระภาษีที่ค้างย้อนหลัง สูงสุด 3 ปี
4. แจ้งขอใช้รถอีกครั้ง พร้อมจ่ายค่าธรรมเนียม
5. ซื้อ พ.ร.บ. รถใหม่
6. รอรับป้ายทะเบียนใหม่

เอกสารที่ต้องเตรียมในการขอต่อทะเบียนใหม่

1.บันทึกการระงับทะเบียน
2.บัตรประชาชนของเจ้าของรถ (ตัวจริงและสำเนา)
3.พ.ร.บ. ใหม่
4.หนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจ (กรณีที่เจ้าของรถไม่สะดวกไปดำเนินการด้วยตัวเอง)
5.หนังสือสัญญาซื้อขาย หรือหลักฐานการขายรถ (กรณีที่ไม่ใช่เจ้าของคนเดิม)

ภาษีขาดสามารถขอสินเชื่อรถจักรยานยนต์ได้หรือไม่ 

โดยส่วนใหญ่แล้ว สถาบันทางการเงินจะให้ลูกค้าดำเนินการต่อภาษี และพรบ.มาก่อนยื่นขอพิจารณาสินเชื่อรถจักรยานยนต์เสมอ ถ้าหากมีความต้องการขอสินเชื่อรถจักรยานยนต์จึงมีความจำเป็นต้องต่อภาษีรถให้เรียบร้อย เพื่อให้ขั้นตอนการอนุมัติสินเชื่อนั้นรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ขั้นตอนการจดทะเบียนใหม่ มีหลายขั้นตอนที่ต้องดำเนินการ เสียทั้งเวลา และค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ซึ่งถือว่าไม่คุ้มในการเลี่ยงจ่ายภาษีที่มีอัตราไม่กี่ร้อยบาทต่อปี แนะนำให้ต่อภาษีตามหน้าที่ทุกปี เพื่อให้ใช้งานรถได้อย่างสบายใจ หลีกเลี่ยงการจ่ายค่าปรับต่างๆ ได้ อีกทั้งเล่มทะเบียนรถไม่ถูกระงับ เมื่อต้องการใช้เงินก้อนในเวลาฉุกเฉิน ก็ยังสามารถนำเล่มทะเบียนรถจักรยานยนต์ไปขอสินเชื่อรถจักรยานยนต์กับสถาบันทางการเงินได้อีกด้วย หากสนใจสินเชื่อรถจักรยานยนต์ สามารถติดต่อได้ที่ สบาย ลีสซื่งทุดสาขา หรือโทรที่เบอร์ 055-000600