ซูเปอร์เอลนีโญถูกพูดถึงมากในช่วงปีนี้ ทั้งทั่วโลกและบ้านเราเองที่ให้ความสนใจหลังมีสัญญาณว่าเอลนีโญก่อตัวอย่างชัดเจนและมีแนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้น ปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่ได้ส่งผลเฉพาะอุณหภูมิของโลกเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับปริมาณน้ำฝน ภัยแล้ง แหล่งน้ำ และภาคการเกษตร โดยเฉพาะประเด็นสำคัญว่าเอลนีโญกระทบเกษตรกรไทยอย่างไร บทความนี้ชวนทำความรู้จักเอลนีโญกันอีกครั้ง
ซูเปอร์เอลนีโญคืออะไร?
ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับเอลนีโญก่อน ซึ่งคือ ปรากฏการณ์ความแปรปรวนของภูมิอากาศตามธรรมชาติ เกิดจากกระแสน้ำและกระแสลมบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก ส่งผลให้ฝน ลม และความชื้นในหลายพื้นที่ทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไป ส่วนซูเปอร์เอลนีโญ เป็นคำที่ใช้เรียกเอลนีโญที่มีความรุนแรงมากกว่าปกติ
ข้อมูลจากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO (World Meteorological Organization) ระบุว่าสถานการณ์เอลนีโญที่เกิดขึ้นทำให้อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในแปซิฟิกเขตร้อนสูงขึ้นกว่าปกติกว่า 2 องศาเซลเซียส และน้ำใต้ผิวทะเลบางแห่งสูงกว่าปกติกว่า 8 องศาเซลเซียส ซึ่งถือเป็นแนวโน้มที่มีความรุนแรงมาก จนถูกเรียกว่า ซูเปอร์เอลนีโญ
ทำไมซูเปอร์เอลนีโญจึงถูกจับตามอง และได้รับความสนใจมาก?
เมื่อเกิดซูเปอร์เอลนีโญ หลายพื้นที่ทั่วโลกอาจเผชิญสภาพอากาศแบบสุดขั้ว ทั้งคลื่นความร้อน ภัยแล้ง และไฟป่า ขณะที่บางภูมิภาคอาจมีฝนตกหนัก น้ำท่วม หรือดินถล่มจากน้ำหลาก แม้จะเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ แต่ภาวะโลกร้อนในยุคนี้ยิ่งทำให้ภูมิอากาศทวีความร้อนสะสมมากขึ้น อุณหภูมิโลกในช่วงที่เกิดซูเปอร์เอลนีโญส่งผลกระทบกับโลกในหลากหลายมิติอย่างรุนแรง ทั้งต่อแหล่งน้ำ การผลิตอาหาร พลังงาน สุขภาพ และราคาสินค้าเกษตร

ซูเปอร์เอลนีโญกระทบเกษตรกรไทยอย่างไร?
สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษสำหรับบ้านเราสิ่ง คือ ปรากฎการณ์นี้ทำให้ฝนทิ้งช่วง ฝนตกน้อยกว่าปกติ อากาศร้อนจัด และสภาวะขาดแคลนน้ำสำหรับการเกษตร น้ำในเขื่อนและแหล่งน้ำธรรมชาติอาจลดลง ส่งผลโดยตรงต่อการเพาะปลูก โดยเฉพาะข้าว พืชไร่ ไม้ผลที่ต้องใช้น้ำอย่างต่อเนื่อง รวมถึงปศุสัตว์ด้วย
นอกจากนี้ อุณหภูมิสูงขึ้นและอากาศร้อนจัดยังทำให้พืชเจริญเติบโตไม่เต็มที่ สัตว์ป่วยหรือมีภาวะเครียดจากความร้อน กินอาหารน้อยลง ส่งผลให้ผลผลิตเนื้อหรือน้ำนมลดลง ล้วนทำให้เกษตรกรมีต้นทุนเพิ่มขึ้น ทั้งในด้านการจัดการน้ำสำหรับเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ การดูแลโรงเรือน ตลอดจนการจัดเตรียมน้ำและอาหารให้เพียงพอ นอกจากนี้ สภาพอากาศแห้งและร้อนอาจเพิ่มความเสี่ยงไฟป่าและหมอกควันจนเกิดเป็นมลพิษทางอากาศ
ดังนั้น การรับมือกับซูเปอร์เอลนีโญ เกษตรควรเริ่มปรับตัวและวางแผนแต่เนิ่นๆ เช่น วางแผนการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำ เลือกพันธุ์พืชที่ทนแล้ง สำคัญมากคือต้องมีแผนสำรองน้ำ และติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
แม้ซูเปอร์เอลนีโญ จะสร้างความเสี่ยงต่อภาคการเกษตร แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเกิดภัยพิบัติเสมอไป การมีข้อมูลล่วงหน้าและเตรียมแผนรับมือให้เหมาะกับพื้นที่ จะช่วยลดความเสียหายและเพิ่มความพร้อมให้เกษตรกรในการรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ดียิ่งขึ้น สบาย ลีสซิ่ง ตระหนักถึงความท้าทายนี้ เรามีสินเชื่อที่เข้าใจเกษตรกรทั้งสินเชื่อโฉนดที่ดิน และสินเชื่อรถไถรถแทรกเตอร์ พร้อมให้บริการ สนใจพูดคุยปรึกษาที่ สบาย ลีสซิ่ง ทุกสาขา หรือ 055-000-555 หรือช่องทางออนไลน์ต่างๆ ทาง LINE Official @sabuyleasing (มีเครื่องหมาย @ ด้านหน้า) หรือเพจเฟซบุ๊ก สบาย ลีสซิ่ง เพราะทุกความสบายใจเป็นไปได้ที่ สบาย ลีสซิ่ง

